ทำฟาร์มเห็ด "ยานางิ"


ทำฟาร์มเห็ด "ยานางิ"

หญิงนักสู้ทำฟาร์มเห็ด "ยานางิ" รายได้งามเดือนละ 2.5 แสนบาท

แม้ "พิกุล บุญเรือง" จะเป็นลูกผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ใจเธอเป็นนักสู้ชีวิตไม่แพ้ลูกผู้ชายอกสามศอก ถึงขนาดยอมลาออกจากงานประจำในเมืองกรุง มุ่งหน้ากลับบ้านที่บ้านหนองเต่าคำใหม่ ต.บ้านไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ตัดสินใจยึดอาชีพเกษตรกร โดยเลือกทำฟาร์มเพาะเห็ด ปัจจุบันได้เป็นเจ้าของฟาร์มเห็ด “ฟาร์มบ้านเห็ด” ซึ่งเป็นฟาร์มเพาะเห็ด "ยานางิ" รายใหญ่และเจ้าแรกของ จ.เชียงใหม่ ทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้ถึงเดือนละ 2.5 แสนบาท

พิกุล เล่าว่า เดิมที่เป็นคน จ.แพร่ แต่พ่อแม่มาตั้งรกรากที่ จ.เชียงใหม่ พอโตขึ้นเธอไปเรียนที่กรุงเทพฯ หลังจากจบได้ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำได้ 5 ปี พอปี 2541 เธอจึงได้ตัดสินใจกลับมาอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และลงทุนทำฟาร์มเห็ด โดยเริ่มจากการทดลองเพาะเห็ดหอมก่อน แต่ตอนหลังขาดทุนเนื่องจากต้นทุนการผลิตสูง ประกอบกับไม่มีประสบการณ์ในการเพาะเห็ด

ในที่สุดกิจการเพาะเห็ดหอมต้องปิดลง แต่ก็ยังคงทดลองเพาะขยายเห็ดพันธุ์ใหม่อยู่เรื่อยๆ เพื่อหาประสบการณ์ กระทั่งปี 2543 ได้เข้าฝึกอบรมการเพาะเห็ดที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค) กรุงเทพฯ ทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆ ในการเพาะเห็ดหลายอย่าง เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดหัวลิง และเห็ดยานางิหรือเห็ดหอมญี่ปุ่น

จากนั้นจึงได้ลงทุนเปิดฟาร์มเพาะเห็ดอีกครั้ง โดยเธอเลือกทำฟาร์มเห็ดยานางิ เพราะจากการศึกษาพบว่า มีแนวโน้มการตลาดดีกว่า เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่เพิ่งทดลองปลูกในเมืองไทย จึงเชื่อว่าในอนาคตจะต้องได้รับความนิยมจากผู้บริโภคค่อนข้างแน่นอน เพราะเป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางอาหารสูง

“ครั้งแรกฉันลงทุนไป 3 แสนบาท ในการสร้างโรงเรือนบนพื้นที่ 7 ไร่ มีโรงเรือน 15 โรง ประกอบด้วย โรงเรือนขนาดใหญ่ กว้าง 8x21 เมตร สามารถเพาะเห็ดหรือบรรจุเห็ดได้ 2.2 หมื่นก้อน และโรงเรือนขนาดเล็ก กว้าง 8x12 เมตร บรรจุเห็ดได้ 1.2 ก้อน ภายในโรงเรือนสามารถทำงานแบบครบวงจรคือ เพาะเชื้อเห็ด ทำก้อนเห็ด ตั้งฟาร์ม และจำหน่ายทั้งเชื้อและดอกเห็ด” พิกุล กล่าว

หลังจาก พิกุล ทุ่มเทในการทำงานถึง 3 ปี ปัจจุบันกิจการฟาร์มเห็ดของเธอก็ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้น เพราะเป็นรายแรกและรายเดียวที่ทำฟาร์ม ปัจจุบันผลผลิตของเห็ดยานางิได้เดือนละ 1 ตันครึ่ง รายได้เฉลี่ยจากการจำหน่ายดอกเห็ดเดือนละ 1.5 แสนบาท และรายได้จากการจำหน่ายก้อนเชื้อเห็ดอีกเดือนละ 1 แสนบาท รวมแล้วเธอมีรายได้ตกเดือนละ 2.5 แสนบาท แต่กระนั้นยังไม่พอต่อความต้องการของตลาด ขณะนี้เธอเตรียมที่จะขยายพื้นสร้างโรงเรือนเพิ่มอีก 3 ไร่

สำหรับผลผลิตเห็ดทั้งหมดจะส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะมารับซื้อถึงฟาร์มทุกวัน เพื่อนำไปจำหน่ายตลาดกลางที่กรุงเทพฯ เช่น ตลาดสี่มุมเมือง และบางส่วนก็จะส่งจำหน่ายที่ตลาดเมืองใหม่และซูเปอร์มาร์เก็ต ใน จ.เชียงใหม่ ขายในราคา กก.ละ 100-150 บาท นอกจากนี้ ยังมีการบรรจุแพ็คจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อย แพ็คละ 40 บาทอีกด้วย ส่วนก้อนเชื้อเห็ดขายก้อนละ 7 บาท ซึ่งมีเกษตรกรผู้ประกอบการเพาะเห็ดทั่วประเทศมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง

พิกุล เล่าถึงวิธีการเพาะเห็ดยานางิว่า คล้ายกับการเพาะเห็ดทั่วๆ ไป คือต้องเพาะขยายจากหัวเชื้อหรือก้อนเชื้อที่มีส่วนผสมของสารอาหารสำหรับเห็ด เช่น ขี้เลื่อยไม้ ยางพารา รำข้าว น้ำตาลทราย แคลเซียม ยิปซัม จากนั้นนำไปเพาะในโรงเรือน หมั่นดูแลรดน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 15 วัน เห็ดจะเริ่มให้ผลผลิตและสามารถเก็บได้ประมาณ 4-5 ครั้ง พอหมดรุ่นก็จะพักช่วงไว้ประมาณ 15 วันเพื่อฆ่าเชื้อ ก่อนทำการเพาะเชื้อใหม่หมุนเวียนกันไป

หากใครสนใจ พิกุล บอกว่าจะแนะนำวิธีการการปลูกให้ เพียงยกหูโทรศัพท์กดมาที่เบอร์ 0-1764-2401

3 มีนาคม 2547

http://www.komchadluek.com/shownews/news/-3943.html


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...



คลิกดูรายละเอียด