เด็กเงือกสิ้นใจ อีกรายไร้ทวาร


เด็กเงือกสิ้นใจ อีกรายไร้ทวาร

            ทารกเงือกสิ้นใจแล้ว ตายด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน รวมมีชีวิตอยู่ได้ 29 วัน หลัง คลอด เผยก่อนหน้านี้อาการทรุดลงตลอด ค่อยๆ หายใจช้าลง จนกระทั่งหมดลม หมอชี้เด็กลักษณะนี้มีอัตราการรอดชีวิตน้อยมาก พบเป็นรายที่ 4 ของประเทศไทย ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยมักจะมีอวัยวะอื่นๆ พิการร่วมด้วย โดยเฉพาะไต ทำให้การรักษาเป็นไปด้วยความยากลำบาก พบอีกรายทารกไม่มีรูทวาร แถมยังมีอาการหัวใจรั่ว ถุงน้ำดีไปอยู่ในไต แพทย์ระดมให้ความช่วยเหลือเต็มที่

จากกรณีแพทย์ ร.พ.วชิระภูเก็ต ทำคลอดแรงงานต่างด้าวชาวพม่า อายุ 36 ปี ปรากฏว่าลูกออกมามีความผิดปกติ ขาติดกันแทบจะเป็นเนื้อเดียว มองดูแล้วคล้ายกับท่อนล่างของเงือก โดยแพทย์ระบุว่าอาการผิดปกติดังกล่าวเรียกว่า Mermaid syndrome (Sirenomelia) พบได้เพียง 1 ใน 70,000 ของการคลอด และจากรายงานทางการแพทย์ทั่วโลกพบ 300 ราย แต่ที่มีชีวิตรอดอยู่ปัจจุบันมีเพียง 2 ราย ต่อมาทารกมีอาการทรุดลง เนื่องมีความผิดปกติของไต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ทารกที่มีขาติดกันเหมือนเงือก เสียชีวิตลงแล้วที่ ร.พ.วชิระภูเก็ต ในเวลา 04.38 น. ด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน รวมมีชีวิตอยู่ได้นาน 29 วัน โดย น.พ.ศิริชัย ศิลปอาชา รองผอ.ร.พ.วชิระภูเก็ต เปิดเผยว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา เด็กหญิงมีอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะกินนมได้ตามปกติ แต่หายใจช้าลง จนหยุดหายใจเสียชีวิตอย่างสงบ แม้ทีมแพทย์จะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้วก็ตาม เนื่องจากไตของเด็กวายเฉียบ พลัน ท่ามกลางความเสียใจของนางสุ่ย แม่ชาวพม่า ก่อนนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีแล้ว

น.พ.ศิริชัย กล่าวว่า เด็กที่มีอาการผิดปกติดังกล่าว พบได้น้อย และมีอัตรารอดชีวิตน้อยมาก พบเป็นรายที่ 4 ของประเทศไทย ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยมักจะมีอวัยวะอื่นๆ พิการร่วมด้วย โดยเฉพาะไต ทำให้การรักษาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากผู้ป่วยเป็นเด็กเล็ก ร่างกายไม่สามารถทนรับการรักษาขั้นผ่าตัดเปลี่ยน หรือฟอกไตได้ ก่อนหน้านี้ส่งไปให้ทีมแพทย์ ร.พ. สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อให้ขับถ่ายของเสียได้ จนกลับมาพักรักษาตัวที่ ร.พ.วชิระภูเก็ต กระทั่งเสียชีวิต

วันเดียวกัน ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีทารกแรกเกิด แต่มีอาการผิดปกติ ไม่มีรู ทวาร มีป่วยหลายโรค และทราบต่อมาว่าทารกดังกล่าวเป็นลูกของนายแก้ว แก้วทิพย์ อายุ 49 ปี และนางบุญทอง แก้วทิพย์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 1 บ้านบ่าเป้า ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง

จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนางบุญทอง อุ้มลูกน้อยที่มีอาการผิดปกติ ทราบชื่อ ด.ช.ณัฐพล แก้วทิพย์ หรือน้องยูฟ่า อายุเพียง 14 วัน โดยนางบุญทองกล่าวว่า สามีเป็นลูกจ้างประจำ ส่วนงานสาธารณสุข เทศบาลนครลำปาง ส่วนตนเองไม่ได้ทำงาน มีลูก 3 คน คนโตอายุ 25 ปี คนรอง อายุ 19 ปี และคนสุดท้องคือน้องยูฟ่า เพิ่งคลอดเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา มีอายุเพียง 14 วันเท่านั้น ตอนแรกไม่คิดว่าจะมีลูกอีกเพราะอายุมากแล้ว เมื่อคลอดน้องยูฟ่าออกมาร่างกายทุกอย่างปกติ น้ำหนัก 2,550 กรัม

นางบุญทอง กล่าวว่า แต่เมื่อแพทย์ตรวจดูก็พบว่าไม่มีรูทวาร หัวใจที่คนปกติอยู่ด้านซ้าย ก็ไปอยู่ด้านขวา เมื่อตรวจลึกลงไปอีกพบว่าหัวใจรั่วอีก 2 จุด ขณะนี้แพทย์ผ่าตัดปิดไปแล้ว 1 จุด เหลืออีกจุด แพทย์นัดไปตรวจอีกครั้งพร้อมรับวัคซีนและตรวจหัวใจ ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ เท่านั้นยังไม่พอ ยังพบว่าถุงน้ำดีไปอยู่ในไตด้วย แพทย์ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องด้านซ้ายเพื่อเอาลำไส้ออกมาสำหรับถ่ายของเสีย การรักษาทุกอย่างต้องรอดูความแข็งแรง และความพร้อมของร่างกายลูกก่อน แพทย์บอกว่าให้ลูกโตก่อน อายุประมาณ 3 เดือน หากร่างกายพร้อมแพทย์ก็จะผ่าตัดรูทวารให้เป็นอันดับแรก

นางบุญทองกล่าวอีกว่า ส่วนอาการอื่นๆ ก็ต้องรักษาประคับประคองไปเรื่อยๆ ขั้นตอนของการรักษาคงใช้เวลาอีกนาน และต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ลำพังสามีเป็นเพียงลูกจ้าง ได้เงินเดือนไม่มากนัก จึงอยากฝากผ่านผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือค่ารักษาแก่น้องยูฟ่า สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาลำปาง ชื่อบัญชี นายแก้ว แก้วทิพย์ บัญชีเลขที่ 029-2-34628-9 หรือ โทรศัพท์ 08-9835-1387

 

ขอบคุณที่มา : ข่าวสดออนไลน์



แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...



คลิกดูรายละเอียด