กระดูกไดโนเสาร์


กระดูกไดโนเสาร์

ตำนานอาถรรพ์กระดูกไดโนเสาร์ที่'ภูกุ้มข้าว'

ท่านพระครูวิจิตรสหัสคุณ เล่าว่า “เมื่อปี พ.ศ. 2535 อาตมานั่งวิปัสสนาบนหลังเขาภูกุ้มข้าว วันนั้นฝนตกหนักและได้นิมิตเห็นสัตว์ใหญ่ชนิดหนึ่งคอยาวเล่นน้ำในสระใหญ่ของวัด ไม่นานก็หายไป ครั้นปี 2536 ก็เห็นอีก ต่อมาในช่วงเข้าพรรษาปี 2537 ก็เห็นอยู่ใกล้ประมาณ 10 กว่าเมตรเท่านั้น อีก 3 วันต่อมาก็นิมิตเห็นแสงสว่างสีเหลืองเป็นรถบัสสีแดงวิ่งจากถนนทางทิศใต้ตรงมายังวัดและมีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินออกมาแล้วหันหน้าไปทิศตะวันตกเฉียงใต้ ชี้จุดที่พบซากกระดูกไดโนเสาร์แล้วพูดว่า “ที่นี่สมบูรณ์แล้ว” จากนั้นก็หายไป รุ่งเช้าอาตมาไปตรวจดูก็พบชิ้นส่วนกระดูกโผล่ออกมาจึงรวบรวมได้ประมาณ 20 -30 ชิ้น แล้วไปเจริญพรท่านนายอำเภอ
      
       เมื่อท่านมาตรวจจึงแจ้งจังหวัดและให้กรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นกับผู้ที่นำกระดูกไดโนเสาร์ไปจากวัดไว้ว่า “แต่ก่อนไม่นึกว่าจะเป็นอันตราย หรือมีภัยแต่ทางราชการกับเจ้านายก็ห้ามว่ามันเป็นทรัพย์แผ่นดินสมบัติโลก
      
       แต่ผู้ที่ต้องการก็ลักลอบเอาไป เมื่อเอาไปแล้วก็ไม่สบาย จึงมีคนนำกระดูกมาคืนประมาณ 20 คน เขาเล่าว่าไม่สบายใจเหมือนมีคนมารังครวญ บางคนจะกระโดดจากรถลงถนน ครั้งหนึ่งมีพระมาจากร้อยเอ็ด 2 รูป ได้หาดอกไม้ธูปเทียนทำพิธีปลุกเสกร่ายคาถาอาคมเพื่อจะนำกระดูกไดโนเสาร์ไป แต่ชักกระตุกอย่างแรง เหงื่อไหลทั่วร่างกายวิ่งมาหาอาตมาพร้อมร้องขอความช่วยเหลือ แล้วบอกว่าสัตว์อะไรไม่รู้เท้าใหญ่เท่ากระบุงจะเหยียบหัวกระผมๆ กลัวจึงส่งกระดูกคืนที่ตู้” (ท่านพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน 4 กุมภาพันธ์ 2538)....
      
      
       หมายเหตุ : บทความนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2546 

ที่มา http://www.manager.co.th/Travel/showtravelnews.asp?NewsID=4636045118570


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...



คลิกดูรายละเอียด